เผยแพร่องค์ความรู้เกียวแก่เลขยันต์อักขระเป็นวิทยาทาน และให้เช่าบูชาเครื่องราง

ครูน้อย นารายณ์ พลิกแผ่นดิน. ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559

หลักการวางยันต์




หลักการวางยันต์
 ควรศึกษาคุณต่างๆให้เข้าใจ อันใหนสูงต่ำ ควรวางลำดับให้ถูก การจัดวางความเหมาะสมก็ เหมือนการจัดหิ้งนั้นแหละ ถ้าไม่รู้คุณสูงต่ำเอากุมารไปวางเป็นประทาน เอาพระพุทธไปไว้ต่ำ ก็จะเกิดโทษ เลขยันต์ก็มีนัยเดียวกัน  บทอัญเชิญคุณนี้จึงสามารถเปรียบเทียบให้เห็นคุณต่างๆได้  เพื่อจะได้นำไปประกอบทำความเข้าใจในการวาเลขยันต์ ...!

อัญเชิญพระคุณมหามงคล

สาธุ อิติปิโส ภควา มือข้าพเจ้า 10 นิ้ว ขอยกขึ้นระหว่างคิ้ว ลูกระลึกถึงคุณบิดา 21 คุณมารดา 12 คุณแม่โภสพ 39 คุณพระพุทธเจ้า 56 คุณพระธรรมเจ้า 38 คุณพระสงฆ์เจ้า 14 คุณพระอาจารย์ 10 คุณพระกรรมฐานเจ้า 8 คุณพระแม่คงคา 12 คุณแม่ธรณี 21 คุณไฟ16 คุณลม 7 คุณอากาศ 10 คุณอักขระ 33 คุณนิสวาส คุณอิสวาส คุณปัสวาส คุณแก้ว 3 ประการ คุณศีล 5 ประการ คุณศีล 8 ประการ คุณศีล 10 ประการ คุณศีล 227 ประการ คุณปัญญาณาณ คุณพระโสดา คุณพระสักกิทาคา คุณพระอนาคา คุณพระอรหันต์ตา คุณมรรค 8 คุณผล 4 คุณนิพพาน 1 จึงรวมเป็น 9 คุณศีลบารมี คุณทานบารมี คุณเลขยันต์ คุณตระกุดพิศมร คุณผ้าประเจียดและมงคล มีทั้งพระคาถา 8 หมื่น 4 พัน พระธรรมขันธ์ นอกจากพระไตรปิฎกทั้งภายนอกและภายใน คุณพระฤษีตางัว คุณพระฤษีตาไฟ คุณพระฤษีไตรภพ คุณพระฤษีกัสสปะ คุณพระฤษีนารายณ์ คุณพระฤษีนารอด คุณพระฤษีโสดาบส คุณพระฤษีอินทร์ศวร ท้าวเวสสุวรรณ์อยู่ชั้นบน คุณพระฤษี พระพุทธมนต์ประไลยโกฎิ มีทั้ง 100 พระองค์ คุณพระอาทิตย์ 6 คุณพระจันทร์ 15 คุณพระอังคาร 8 คุณพระพุทธ 17 คุณพฤหัส 19 คุณพระศุกร์ 21 คุณพระเกตุ 9 คุณพระเสาร์ 10 คุณพระราหู 12 ข้าพเจ้าขออัญเชิญ คุณพระพุทธคุณนัง คุณพระธรรมคุณนัง คุณพระสังฆะคุณนัง ซึ่งข้าพเจ้าขออัญเชิญ คุณพระนเรศ เสด็จลงมาอยู่บ่าเบื้องซ้าย จะอัญเชิญพระนารายณ์ เสด็จลงมาอยู่บ่าเบื้องขวา ข้าพเจ้าจะขออัญเชิญพระอิศวร เสด็จลงมาอยู่ข้างหน้า ขออัญเชิญคุณบิดาเสด็จลงมารักษาลูกอยู่ข้างล่าง ขอคุณพระอรหันต์ จงมาเป็นดวงใจ ขอคุณพระพาย จงมาเป็นลมปาก ขอคุณพระนาคราชจงมาเป็นสร้อยสังวาลย์ ข้าพเจ้าขออัญเชิญคุณพระกาฬอันศักดิ์สิทธ์ ขอจงมาเป็นทิพย์พญาณ แห่งตัวข้าพเจ้าทุกคน ทุกวัน ทุกราตรีกาล พระอินทร์ พระพรหม พระยม พระกาฬ ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 พระโมคลานะ พระสารีบุตร พระภูมิเจ้าที่ เจ้ากรุงพาลี อันเรืองฤทธิ์ ซึ่งสถิตย์ในที่นี้ และที่ต่าง ๆ ทั้งเบื้องล่างและเบื้องบน ข้าพเจ้าขออัญเชิญ เทวดา เดินหนลงมาช่วย พร้อมด้วยโองการ พินทุตัง ชาตัง ภวันตุ เม นะ คือพระกุกุสันโธ โม คือ พระโกนาคม พุทธ คือ พระพุทธกัสสปะ ธาคือ พระสมณะโคดม ยะ คือพระศรีอาริยะเมตไตย อะ คือพระสงฆ์
ข้าพเจ้า ขออัญเชิญ คุณครู ทั้ง 9 พระองค์ ขอจงมาเป็นบรรทัดฐาน
ข้าพเจ้า จักขอทำการ (กิจที่ทำ) ขอจงประสิทธิ เม แก่ตัวข้าพเจ้า ขอให้ทำการนี้ สำเร็จสำเร็จ สำเร็จ ณ. บัดนี้ เดี๋ยวนี้ ด้วยเถิด

คาบวิธี การประคองจิตให้เกิดอำนาจ




คาบวิธี การประคองจิตให้เกิดอำนาจ
คาบเป็นการบังคับกระแสของสมาธิให้เกิดการพุ่งไปในทิศทางที่ต้องการ จึงทำให้เกิดการส่งจิตออกได้ต่อเนื่อง การใช้คาบเป็นการปรุงแต่งด้วยมนตราและคาถา การใช้คาบนั้นมีวิธีต่างๆ มากมาย ตามแต่พระอาจารย์จะค้นคิดวิธีการต่าง ๆ ขึ้นสอนศิษย์ โดยมักจะผูกเป็นปริศนาให้ขบคิดนานาประการ แต่ที่จะนำมาแนะนำนี้เป็นเบื้องต้น ที่เป็นแบบฝึกเบื้องต้นพื้นฐาน โดยจะแนะนำสองวิธีคือ>
>>
คาบคาถา หมายถึง การภาวนาคาถา จนจบบทหนึ่งเรียกเป็นหนึ่งคาบคาถา>
>>
คาบลม หมายถึง การสงบลมหายใจ (ไม่เข้าไม่ออก) ที่ไม่ใช่การกลั้นลมหายใจแบบแรงๆ ซึ่งไม่ทำให้กลั้นลมได้นาน โบราณเปรียบเทียบกับการดำน้ำ จึงมีปริศนาว่า “กาน้ำลงจิกปลาพอโผล่ขึ้นมานับเป็นหนึ่งคาบ” การกลั้นลมหายใจแบบการดำน้ำนี้เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สร้างอำนาจทางจิตได้เร็ว การภาวนาในการอัดลมหายใจนี้ โดยข้อเท็จจริงไม่กำหนดจำนวนจบคาถาแต่ให้ถือว่า จำนวนคาบคาถาที่สามารถทำได้โดยไม่อึดอัดมากนัก>
>>
“ตับคาบปลากาคาบไข่” เดิมเป็นปริศนาการใช้คาบของโบราณแบบหนึ่งที่มักปิดบังกันแต่นำมาเปิดเผยในหนังสือเล่มนี้เป็นวิทยาทาน วิธีนี้เป็นการผสมคาบลมกับคาบคาถาเข้าด้วยกัน กล่าวคือ>
หายใจเข้า จนสุดให้ภาวนาคาถาได้จบหนึ่ง หรือถ้าเป็นคาถาบทสั้นๆ ก็จำว่าภาวนาได้กี่คาบคาถาหรือกี่จบ ให้ถึงเกณฑ์ที่กำลังสบายไม่มากไม่น้อยไม่ช้าไม่เร็ว>
หายใจออก จนสุดลม ให้ภาวนาคาถาให้ได้จำนวนที่ใกล้กับตอนหายใจเข้า>
วิธีนี้เป็นการเจริญสมาธิได้อย่างดี และทำให้สะสมคุณคาถาไว้ในตัว หากหมั่นเพียรทำมากๆ ตัวของผู้ทำจะมีอาถรรพ์หรืออำนาจอาคมสะสม ทำให้ใช้คาถาได้ขลังมากขึ้นเรื่อยๆ>
รายละเอียดนอกจากนี้จะขอเว้นไปเนื่องจากเป็นการศึกษาในระดับสูงที่ต้องมีอาจารย์แนะนำโดยเฉพาะ>
การถอดคาบคาถา เป็นการถอดคาถาบทสั้นๆ โดยมากมักมีสี่คำ เมื่อถอดออกได้สิบหกคำ เป็นวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กับคาถาที่เรียกว่า “หัวใจ” โดยถอดดังนี้>

๑ – ๒ – ๓ – ๔>
๒ – ๓ – ๔ – ๑>
๓ – ๔ – ๑ – ๒>
๔ – ๑ – ๒ – ๓>

ยกตัวอย่างเช่นคาถาธาตุสี่ ว่า พุทธะสังมิ ถอดออกภาวนาได้ดังนี้>
พุท-ธะ-สัง-มิ
ธะ-สัง-มิ-พุท
สัง-มิ-พุท-ธะ
มิ-พุท-ธะ-สัง
สำหรับคาถาบทอื่นๆ ก็ถอดโดยนัยเดียวกันนี้>

*** คาบลมเป็นวิธีการภาวนาคาถาให้สอดคล้องกับลมหายใจ ซึ่งจะทำให้เกิดอำนาจทางจิตที่พอเพียงทำให้คาถาที่ท่องบ่นนั้นเกิดความศักดิ์สิทธิ์ตามความประสงค์ เคล็ดลับของ “คาบ” เป็นเรื่องสำคัญประการหนึ่งที่นักเลงอาคมต้องศึกษาให้เข้าใจ หากเปรียบเทียบกับวิทยาการปัจจุบัน การหายใจที่สอดคล้องกับการกำหนดอารมณ์ทำให้จิตตกภวังค์และสามารถใช้อำนาจจิตใต้สำนึกได้>
ครูท่าน อธิบายสอนไว้ดีมากจึงนำมาบอกต่อ..!

เจตนาการเล่าเรียนตำราคาถา




เจตนาการเล่าเรียนตำราคาถา หรือแม้แต่ตำราอื่นๆ
ถ้าตั่งใจเล่าเรียนเพื่อให้ตนเองเก่งกล้าสามารถ อย่างนี้จะเป็นเหตุให้หลงได้ง่าย เพราะถ้าทำได้เก่งมันจะทำให้กล้าทำได้ทุกอย่าง แต่จะไม่คำนึงถึงผิดชอบชั่วดี เพราะถ้าเราสร้างเหตุได้สมบูรณ์ มันก็เป็นและเก่งได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขก็จะเกิดขึ้นแก่ผู้กระทำตามสมควรแก่เหตุนั้นๆ ทีนี้มันก็จะมาสำคัญมั่นหมายในตน หากขาดซึ่งธรรมะที่เป็นเบรกคอยยับยั้งชั่งใจให้รู้ผิดชอบชั่วดีในการกระทำ อะไรที่เป็นเหตุให้ได้มาซึ่งลาภ ยศ สรรเสริญ จะดีหรือไม่ดีมันกล้าทำหมด สุดท้ายวิชชาความรู้ที่เล่าเรียนก็เป็นอวิชชาคือควา่มโง่งม ทำตนให้หล่นลงสู่อบายแต่ฝ่ายเดียว เรียนแบบนี้ครูท่านเปรียบว่า คนที่โง่จับดาบสองคม แต่จับตรงคมมีดจับยังไงก็ต้องโดนบาดมืออยู่ดี จับดาบควรจับที่ด้ามดาบจึงปลอดภัย ส่วนด้านคมของมีดเราก็เลือกใช้เอาว่าจะใช้ด้านใหน เรียนตำราคาถาหรืออื่นๆก็ตาม ให้เราเรียนเพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติดี เหมือนคนเรียนเป็นหมอก็เพื่ออนุเคราะห์สงเคราะคนป่วยคนทุกข์ เพราะเขาไม่รู้เรื่องหยูกยาเขาจึงมาพึ่งหมอให้หมอช้วย แต่ถ้าหมอเห็นแก่เงินแก่ลาภ ก็จะไม่สนใจที่จะทำหน้าที่การรักษาให้สุดกำลัง คือคนใหนมีเงินให้ก็ค่อยรักษาดี ดูแลดี คนใช้ประกันสังคมก็ได้สิทธิ์แค่นั้น ดูแลมั่งไม่ดูแลมั่ง บางรายไม่มีเงินจ่ายก็ไม่รักษาเลย อย่างนี้ นั้นเพราะคนเรียนเป็นหมอเพื่อต้องการเงินเป็นหลัก และไม่ได้มีใจประกอบด้วยธรรมะ ไม่มีเมตตากรุณาต่อเพื่อนร่วมโลก แต่ถ้ามีธรรมะงานที่เขาทำก็จะเป็นเรื่องการปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องการส่งเสริมความดีในตนให้ได้นำออกมาใช้เเละกระทำได้อย่างเต็มที่ เอาความรู้ที่ตนรู้ช้วยคนไม่รู้ เอาจิตใจที่ดีงามของตนเอื่อเฟื้อแก่ผู้เจ็บป่วย อย่างนี้มันเป็นความดีเป็นบุญทั้งสิ้น
วิชชาคาถาอาคมก็เช่นกัน เราเรียนรู้เพื่อให้เข้าถึงหลักการพัฒนาจิตให้เกิดคุณภาพมีพลังอำนาจ สามารถทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยาก เราก็เอาจิตที่ผ่านการเล่าเรียนอบรมฝึกปรือตามครองครูนั้นมาเป็นเครื่องอนุเคราะห์จิตตนให้เจริญในทางกุศลและช้วยเหลือคนอื่นตามกำลังด้วยเจตนาดี เราเสกเครื่องรางเราต้องการเสกให้ดีมันจะขลังเพราะความดีด้วย ถ้าเพ่งแต่จะเสกให้ขลังไม่สนว่าดีไม่ดีอย่างนี้มันไม่เกื่อกูลให้ใจตนดีและทำเครื่องรางให้เกิดเป็นของมงคลได้เลย มงคลหมายถึงดี เกิดจากใจดี วาจาดี การกระทำดี จึงเรียกว่ามงคล อย่างนี้
และหลักคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นแหละคือหัวใจสำคัญในการเล่าเรื่ยนตำราต่างๆแล้วให้เกิดประโยชน์ดีงามแต่ฝ่ายเดียว แก่ตนและส่วนร่วมได้อย่างสูงสุด


วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

อยากให้กระจกยิ้มให้ จงยิ้มให้กระจกก่อน



อยากให้กระจกยิ้มให้  จงยิ้มให้กระจกก่อน

ตำรา25, 000บาท

 วันนี้วันถือเป็นวันมงคล จึงถือโอกาสแจ้งกำหนดเนื้อหาการเล่าเรียนตำราเลขยันต์คาถาแก่ท่านทั้งหลายที่ได้สอบถามมาให้ได้ทราบกัน ในวันอังคาร ที่10 และพฤหัสบดี12 เดือนมกราคม พุทธศักราช 2560 ได้ถือเป็นวันมงคลเหมาะแก่การยกครูเล่าเรียนตำราคาถาอาคม จึงขอแจ้งแก่ท่านที่มีศรัทธาในเรื่องคาถาเลขยันต์ และมีความตั่งใจจะเล่าเรียนสืบวิชชาเลขยันต์จากผมนั้น วันนี้ก็ขอแจ้งมายังท่านทั้งหลายนะครับ ท่านใดที่ไม่ดื่มเหล้าและพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำจากผมด้วยดี ผมเองยินดีรับสอนทุกท่าน ส่วนค่าครูค่าขวัญนั้น ก็ตามที่ได้เคยแจ้งไว้ 25,000บาท ท่านสามารถโอนเงินเข้าบัญชีตามรายละเอียดด้านล่างและแจ้งผมผ่านทางข้อความในเฟสบุคหรือตามเบอร์โทรนะครับ ส่วนรายละเอียดของตำรานั้นและข้อห้ามในการเรียนวิชชาให้อ่านดูตามข้อความด้านล้างได้เลย ถ้าคิดว่าตนปฏิบัติได้ก็ค่อยตัดสินใจมานะครับ ผมจะทำการยกครูให้ท่านที่สำนัก นารายณ์ พลิกแผ่นดิน ในส่วนขันครูเครื่องบวงทรวงครูนั้นผมจะเป็นคนจัดการให้ ค่าใช้จ่ายจะรวมอยู่ในค่าเล่าเรียนเเล้ว ท่านก็เตรียมพร้อมแค่เงินใส่พานครู ๑๒๔บาท ในวันนั้นจะทำการยกครูครอบครูพร้อมกัน เมื่อพิธียกครูมอบตำราเสร็จแล้วก็จะอธิบายเนื้อหาในเนื้อหาการเล่าเรียนให้เกิดความเข้าใจ ในส่วนที่สำคัญๆ และเปิดโอกาสให้ถามในข้อสงสัยต่างๆในตำรา แต่สำหรับบางท่านอาจจะมาในวันที่ผมจัดเตรียมไม่ได้ ก็ให้ท่านแจ้งความประสงค์ที่ตนเองต้องการว่าสะดวกวันใหนหรือช่วงใหน ผมก็จะได้เช็คฤกดิ์ยามที่เหมาะสมให้ใหม่ หากมีความขัดข้องหรือไม่เข้าใจอย่างไรให้โทรสอบถามได้โดยตรงนะครับ
"ส่วนวันที่เริ่มทำการโอนเงินแสดงความประสงค์ในการเล่าเรียนนั้น ให้โอนภายในวันที่27 ธันวาคมเป็นต้นไปแล้วแจ้งผมโดยตรง เพื่อผมจะได้จัดเครื่องครูให้ได้พร้อมในวันยกครู"
(ท่านที่อยู่ต่างประเทศที่สอบถามมาแต่ต้นๆ สามารถแจ้งล่วงหน้าและกำหนดช่วงวันเวลาที่สะดวกท่านกับผมทางข้อความนะครับ ผมจะได้ดูวันที่เหมาะสมให้ อย่างน้อยก็ให้ตรงกับ วัน อังคาร พฤหัสบดี หรือวันเสาร์ )
       สารบัญ

หน้าที่               เรื่อง                                 หน้าที่          เรื่อง

3-5                ขันไหว้ครู                                  253-275      เรียนอักษรขอมบาลี

5                    ข้อห้ามการเล่าเรียนตำรา         276-287     ภาษาไทยเทียบภาขอม

6-12               ไหว้ครูยันต์108                          288-297     พระคาถาเสกเลขยันต์ต่างๆ

13-14             พิธีปลุกเครื่องรางของขลัง        292-313    วิธีเสกนิมิตและเคล็ดวิชชา

15-30             สูตรลงยันต์ต่างๆ                        314-330    รวมพระคาถาสำคัญต่างๆ

31-107           ภาพยันต์แปลงต่างๆ                   331    รายชื่อครูเจ้าของตำราและวิชชา

108-128         พระคาถากำกับยันต์ต่างๆ

129-131        วิธีทำน้ำมนต์ธรณีสาร

132-141       คาถาใช้เสกกำกับลงยันต์ต่างๆ

141-153        สูตรลงยันต์เต็มสูตร

154-163         ภาพยันต์ตัวนะ108

164-171         คาถาเสกนะ108

172-209         ภาพยันต์ครูโบราณ

210-252         ภาพยันต์แปลงต่างๆ

หลักการปรุงใจให้เป็นเมตตาเสกวิชชาเมตตา



หลักการปรุงใจให้เป็นเมตตาเสกวิชชาเมตตา*
การเจริญเมตตาพรหมวิหารนั้น
เริ่มแรก สาธุชนพึงพิจารณาเหตุผลให้เข้าใจเสียก่อนว่า เมตตาพรหมวิหารนี้เป็นธรรมคู่แข่งหรือธรรมที่จะใช้ระงับกิเลสประเภทใด นี้ข้อหนึ่ง, โทษของการมีกิเลสประเภทที่ว่านั้นมีอย่างไรบ้าง หรือร้ายแรงเพียงใด นี้ข้อหนึ่ง, คุณค่าของการข่มหรืออดกลั้นต่อกิเลสประเภทนี้ ข้อหนึ่ง, กับ ความสันติสุขอันเกิดแต่ความปลอดภัยจากกิเลสที่ว่านี้อันตนได้รับอยู่ นี้อีกข้อหนึ่ง จึงจะมีความรู้สึกปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นหรือสรรพสัตว์อื่นได้รับความสุขเช่นที่ตนเองได้รับด้วยอย่างได้ผลสมบูรณ์
เมื่อเข้าใจดังนี้แล้ว จึงจะนับว่าเป็นผู้มีเมตตาธรรมอย่างแท้จริง และสามารถจะแผ่เมตตาพรหมวิหารนี้ไปยังผู้อื่นและสัตว์อื่นได้อย่างเป็นผล ไม่ใช่สักแต่ว่าท่องจำคำแผ่เมตตาได้ แล้วก็ว่าออกไปๆ โดยที่จิตใจของตนเองยังแข็งกระด้างอยู่ด้วยกิเลสประเภทหยาบๆ หรืออย่างกลางอันหนาแน่น แกะไม่ออก การแผ่เมตตานั้นก็ได้ผลน้อย
ลักษณะของกิเลสอันเป็นคู่แข่งของเมตตาพรหมวิหาร หรือที่จะต้องได้รับการปราบด้วยพรหมวิหารธรรมนั้น คือ โทสะ เป็นกิเลสตระกูลใหญ่ ซึ่งมีลักษณะรุ่มร้อนประดุจไฟที่สามารถจะเผาผลาญสิ่งต่างๆ ให้พินาศลงได้
กิเลสตระกูลโทสะนี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ความไม่พอใจในอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า อรติ ความไม่พอใจ นี้ หากไม่ระงับลงแล้ว ก็จะกลายเป็นความขัดเคืองใจ ที่เรียกว่า ปฏิฆะ คืออาการของจิตที่เก็บอารมณ์นั้นไว้ กรุ่นอยู่ ไม่อาจลืมได้ หากไม่ระงับก็จะกำเริบขึ้น กลายเป็นความเดือดดาล หรือที่เรียกว่า ความโกรธ หรือ โกธะ นั่นเอง ทีนี้ หากไม่ระงับก็จะกำเริบมากขึ้นอีก กลายเป็นความคิดประทุษร้ายด้วยกาย วาจา และใจ เรียกว่า โทสะ หากโทสะนี้ไม่ระงับลงอีก ก็จะกำเริบเสิบสาน กลายเป็นความ พยาบาท หรือความผูกใจเจ็บแค้น คือคิดหาทางที่จะแก้แค้นหรือมุ่งร้ายเขาต่อไป เมื่อได้แก้แค้นแล้วความโกรธก็หายไป แต่บางรายยังไม่หาย ไม่ระงับ กลับผูกใจเจ็บที่จะจองล้างจองผลาญต่อๆ ไปอีก ก็เรียกว่า ผูกเวร นี่แหละร้ายนัก เพราะจะเป็นเหตุให้เกิดโทษทุกข์ต่อๆ กันไป ไม่สิ้นสุด
คำว่า "เมตตา" นี้หมายถึงความปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นเป็นสุข
การเจริญเมตตาพรหมวิหาร หรือในกรณีเจริญภาวนา บางทีก็เรียกว่า การแผ่เมตตานั้น จะได้ผลเพียงใดย่อมขึ้นอยู่ที่วิธีการปฏิบัติภาวนาและความบริสุทธิ์กาย วาจา และใจ ของผู้เจริญภาวนา วิธีปฏิบัติภาวนาเจริญเมตตาพรหมวิหารที่จะให้ได้ผลดีนั้น มีดังต่อไปนี้
ก่อนอื่นให้พิจารณาโทษของโทสะ และคุณของความอดกลั้นต่อโทสะกิเลส แล้วจึงตั้งตนเองเป็นพยานไว้ก่อนว่า ตนเองประสงค์แต่ความสงบสุข ความร่มเย็น เกลียดชังความทุกข์อันเนื่องแต่ความเบียดเบียนหรือประทุษร้ายจากผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการประทุษร้ายต่อร่างกาย ต่อทรัพย์สิน หรือต่อชื่อเสียงเกียรติคุณความดีด้วยประการต่างๆ ฉันใด สรรพสัตว์หรือบุคคลอื่นทั้งหลายก็รักความสันติสุข และไม่ประสงค์ความทุกข์ ฉันนั้นเหมือนกัน
เมื่อเกิดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นดังนี้จากใจจริงแล้ว ก็อธิษฐานตั้งความปรารถนาลงไป ที่จุดธาตุน้ำเหนือสะดือสองนิ้วเป็นประมาน แล้วแผ่ความปรารถนานั้นไปยังมนุษย์หรือสรรพสัตว์อื่น เริ่มตั้งแต่ผู้ที่ตนรักเสียก่อน เมื่อจิตใจอ่อนโยน แผ่เมตตาพรหมวิหารหรือความปรารถนาที่จะให้ผู้ที่ตนรักมีความสุขอย่างเต็มใจแล้ว จึงค่อยตั้งความปรารถนานั้นแผ่ไปยังบุคคลหรือสัตว์ที่ตนรู้สึกเฉยๆ คือไม่รักไม่ชัง เมื่อจิตใจอ่อนโยน แผ่ความปรารถนาที่จะให้ผู้ที่ตนก็มิได้รักมิได้ชังจนเปี่ยมใจแล้ว ก็จึงตั้งความปรารถนานั้นแผ่ไปยังบุคคลหรือสัตว์ที่ตนเกลียดชัง จนจิตใจอ่อนโยน แผ่ความปรารถนาที่จะให้เขามีความสุขจนเปี่ยมใจแล้ว จึงตั้งความปรารถนาที่จะให้ผู้ที่มีเวรต่อกันเป็นสุขปราศจากทุกข์ภัย อีกต่อไป จงแผ่ความเมตตานี้ไปยังบุคคลหรือสรรพสัตว์เหล่านี้ให้เปี่ยมใจหมดตลอดทั้งสี่ 4 เหล่า ฝึกเจริญภาวนาบ่อยๆ เข้าก็จะค่อยๆ ชำนาญไปเอง จิตใจก็จะมีแต่เมตตาธรรม พร้อมที่จะให้อภัยแก่ผู้อื่นอยู่เสมอ ไม่ผูกโกรธหรือผูกเวรอันเป็นการสร้างภพสร้างชาติต่อไปอีก
อนึ่ง การเจริญเมตตาพรหมวิหารนี้ ไม่เฉพาะแต่จะปฏิบัติอย่างเป็นทางการก่อนหรือหลังจากการเจริญภาวนาเท่านั้น หากแต่พึงกระทำทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะเป็นขณะเดิน ยืน นั่ง หรือ นอน กล่าวคือ
เมื่อใดที่ตนเองประสบหรือได้รับความสันติสุข ไม่ว่าจะเป็นความสุขทางโลกิยะหรือโลกุตตระ ย่อมปีติยินดีในความสุขนั้นเพียงใด ก็จงตั้งความปรารถนาแผ่ความสุขนั้นไปยังผู้อื่นหรือสรรพสัตว์อื่น ให้เขาทั้งหลายเหล่านั้น จงประสบหรือได้รับความสุขเช่นที่ตนได้รับอยู่เช่นนั้นเหมือนกัน
เมื่อใดที่ตนเองประสบหรือได้รับความทุกข์หรือภัยต่างๆ เราไม่ชอบและไม่ปรารถนาความทุกข์หรือภัยพิบัติเหล่านั้นฉันใด ผู้อื่นก็ย่อมไม่ปรารถนา ฉันนั้น ก็จงตั้งความปรารถนาแผ่ความเมตตาไปยังบุคคลอื่นหรือสรรพสัตว์อื่น ขออย่าได้ประสบกับทุกข์ภัย การเบียดเบียนหรือจองเวรซึ่งกันและกัน และอย่าได้ลำบากกายลำบากใจเลย ขอจงให้มีแต่ความสุขกายสุขใจ และรักษาตนให้พ้นทุกข์ภัยทั้งหลายเถิด
จงแผ่ความปรารถนาดี ด้วยจิตใจอันอ่อนโยน เปี่ยมด้วยเมตตาพรหมวิหารนี้ ไปยังมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายหมดทั้ง 4 เหล่า คือ ทั้งผู้ที่ตนรักหรือเคารพนับถือ ผู้ที่ตนมิได้รักมิได้ชัง ผู้ที่ตนเองเคยเกลียดชัง และผู้ที่เคยมีเวรต่อกัน พยายามแผ่ให้กว้างออกไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งมนุษย์และอมนุษย์ มีทิพย์ รูปพรหม อรูปพรหม และสัตว์เดรัจฉานเป็นต้น ตลอดทั่วทั้งภพและจนหมดทั้งแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล ไม่มีประมาณ แล้วท่านก็จะทราบผลจากการปฏิบัตินี้ด้วยตนเอง
....ขอยกเอาคำสอนหลวงปู่สดมากล่าวให้ท่านได้เข้าใจในการเจริญเมตตาเพื่อทำให้เกิดกำลังสมาธิที่เป็นในทางเมตตา นำมาปลุกเครื่องรางและใช้คาถาในด้านเมตตาให้เกิดอานุภาพเข้มขลัง การปรุงใจในขณะเสกคาถาหรือเครื่องรางต้องทำจิตให้ได้อย่างที่กล่าวข้างต้น ผลแห่งการลงเลขยันต์จึงจะศักดิ์สิทธิ์ และเป็นเมตตาโดยแท้จริง ไร้กิเลสเจือปน จะเป็นแต่คุณในผู้ถือคลองเครื่องรางแต่อย่างเดียว ไม่ร้อนรน เพราะเสกจากจิตที่เปี่ยมเมตตาโดยแท้จริง เกจิท่านที่เด่นเมตตาในอดีตล้วนมีจิตเมตตาแก่สรรพสัตย์อย่างแท้จริงจึงเสกเลขยันต์และอธิฐานจิตให้เกิดผลได้อย่างสมบูรณ์ ท่านทั้งหลายก็หมั่นเจริญเมตตาตามที่กล่าวนี้ ซึ่งผมก็ได้ปฏิบัติขัดเกลาตนเองตามแนวทางนี้และนำมาบอกกล่าวไม่หวงแหน ด้วยเห็นเป็นเรื่องดี ขณะลงยันต์หรือเสกคาถาให้ปรุงใจให้ได้ตามที่กล่าว การฝึกก็ทำอย่างสม้ำเสมอทุกวันก็จะเกิดสมาธิได้ถึงขั้นสูงๆตามลำดับ สาธุๆๆ

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ธรรมเป็นโลกบาล คือคุ้มครองโลก ๒ อย่าง




   เมื่อฝึกตั่งธาตุย่อมส่งผลให้เกิดคุณธรรมสองประการนี้แก่จิตใจตนได้แก่

                          ๑.  หิริ  ความละอายแก่ใจ
                          ๒.  โอตตัปปะ  ความเกรงกลัว
              หิริ  ความละอายแก่ใจ  หมายความว่ารู้สึกรังเกียจทุจริต  มีกายทุจริต    วจีทุจริต    มะโนทุจริต เป็นต้น  ความรังเกียจเหมือนคนเกลียดสิ่งโสโครก เช่นรังเกียจอุจจาระ   ไม่อยากจับต้อง  เป็นต้น
              โอตตัปปะ  ความเกรงกลัว  หมายความว่า  สะดุ้งกลัวต่อทุจริตมีกายทุจริต  เป็นต้น
เหมือนคนกลัวความร้อนของไฟ  ไม่กล้าไปจับไฟ
              คนดีทั้งหลายย่อมเคารพตน    คือคิดถึงฐานะของตนมีชาติและตระกูลเป็นต้น ด้วยหิริ  ย่อมเคารพผู้อื่น คือคิดถึงเทวดาที่คุ้มครองรักษาตนเป็นต้น ด้วยโอตตัปปะแล้ว  งดเว้นจากการทำบาป  รักษาตนให้บริสุทธิ์  เพราะฉะนั้น  ธรรมทั้ง  ๒ นี้  จึงชื่อ  ธรรมคุ้มครองโลก และธรรมทั้ง ๒ ประการนี้ เรียกว่า เทวธรรม เพราะทำจิตใจของมนุษย์ให้สูงเยี่ยงเทวดา





การฝึกตั่งธาตุเพื่อเจริญสติปัฏฐานสี่



การฝึกตั่งธาตุเพื่อเจริญสติปัฏฐานสี่
สติ  คือความระลึกได้
สัมปชัญญะ  คือความรู้ตัว



วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ลิ้งดาวโหลดเพลงเด็ก



โพสนี้ได้รวบรวมลิ้งดาวโหลดเพลงเด็กฟรีมาให้ดาวโหลดกัน  ใครมีลูกก็ลองโหลดไปให้ลูกฟังดูนะครับ

ดาวน์โหลดเพลงสำหรับเด็กอนุบาล 10 อัลบั้ม
1.อนุบาลเด็กเล็กชุด กายบริหาร
ทำมือ ตบมือกัน ตาดูหูฟัง เมื่อพบกัน ข้ามถนน แปรงฟัน ฝึกกายบริหาร ความพร้อมเพรียง อาบน้ำ ล้างมือ นั่งรถไฟ กล่อมน้อง มาโรงงเรียน ว่าว เลขบวกลบ โดเรมี นั่งชิงช้า เรือพาย กินผักกัน พี่น้องกัน ใครเอ่ย ใครรู้บ้าง ลมพัด เล่นแล้วเก็บ
DOWNLOAD     http://viid.me/q0Vuxz



2. อนุบาลเด็กเล็กชุด ลูกสัตว์


3. พระอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง
– 4. เพลงไอน้ำ
– 5. เพลงเมฆฝน
– 6. เพลงฟ้าแลบฟ้าร้อง
– 7. เพลงรุ้งเจ็ดสี
– 8. เพลงกบกระโดด
– 9. เพลงเมล็ดน้อยจะตื่นนอน
– 10. เพลงต้นไม้ใหญ่
– 11. เพลงหนอนผีเสื้อ
– 12. เพลงจันทร์เต็มดวง
DOWNLOAD     http://viid.me/q0VuKb

4. ท่องสูตรคูณ
DOWNLOAD    http://viid.me/q0VuNL


5. สองวัย 1


6. สองวัย
DOWNLOAD    http://viid.me/q0Virp



7. สองวัย 3
DOWNLOAD    http://viid.me/q0VijD



8. ผึ้งน้อยกับสิ่งแวดล้อม
DOWNLOAD    http://viid.me/q0Vivc

9.กองทัพมด



10. ธรรมชาติมหัศจรรย์


พาสเวิร์ดสำหรับดาวน์โหลด : nudeeka

สูตรเรียนดูดวง เลข๗ตัว สามฐาน ตามตำราพรหมชาติ



ตำราเลขเจ็ดตัวสามฐาน

โพสนี้ผมจะได้นำความรู้เกี่ยวกับการดูดวงขั้นพื้นฐานให้ท่านที่มีความสนใจที่จะศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจ  และนำไปต่อยอดในวิชชาต่อไปในวันข้างหน้า   สามารถทำเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองได้   (มีวิชชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน)  ถ้าท่านใดที่ชอบเรื่องเหล่านี้ก็ติดตามเล่าเรียนทำความเข้าใจตามคลิบได้เลยเด้อ   ผมอธิบายพอเป็นแนวทางตามตำราให้ท่านที่ไม่มีพื้นฐานเลยได้เข้าใจหลักการวางเลขและเข้าใจการคำนวน  ด้านล่างนี้ก็มีลิ้งดาวโหลดตำราฟรีก็เข้าไปดาวโหลดมาอ่านควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจในคลิบกัน   สาธุๆๆ

ลิ้งดาวโหลดตำราฟรี    http://hoombook.simdif.com/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C.html


                                                     คลิบที่ 1 หลักพยากรณ์แบบเลข7ตัว



คลิบที่2 การวางเลขฐานวัน หรือฐานที่1





คลิบที่3การวางเลขฐานเดือน หรือฐานที่2





คลิบที่4 การวางเลขฐานปี หรือฐานที่3




คลิบที่5 การวางเลขทั้งสามฐานอย่างถูกต้อง





                                            คลิบที่6 ความหมายของแต่ละช่องในฐานที่1




คลิบที่7 ความหมายของแต่ละช่องในฐานที่2




คลิบที่8 ความหมายของแต่ละช่องในฐานที่3


                                         







วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

การส่อนขวัญ



ขว
มื่อคนตกต้นไม้ ตกใจเพราะตื่นงูหรือเสือ ตกรถหรือฝันเห็นแต่ที่นั่น แล้วไม่สบายมี อาการเจ็บ ๆ ป่วย ๆ กินไม่ได้นอนไม่หลับ เพื่อเรียกขวัญกลับคืน ปราชญ์โบราณอีสานท่านจะไป เรียกเอาขวัญในที่ ๆ เกิดเหตุนั้น ๆ ทางภาคอีสาน เรียกว่า "ส่อนขวัญ" การส่อนขวัญนี้ ท่านจะเอา กระติบข้าว หรือก่องข้าวที่ยังไม่ได้ใช้หรือที่ใช้แล้วแต่ใช้ใส่หมากหรือยาสูบ ที่สามารถเทออกไว้ได้ โดยไม่เปื้อน ท่านจะเอาเสื้อ เอากระจกเงาเล็ก ๆ เอาหวี เอาน้ำหอมของที่คนนั้นชอบใช้ เอาฝ้าย ผูกแขนใส่ไปด้วย 2 เส้น ใส่ในกระติบ แล้วไปตรงที่เขาตกต้นไม้ตกใจหรือที่ฝันเห็นบ่อย ๆ แล้วไม่ สบายนั้น ไปกันอย่างน้อยสองคน คนที่ขาดไม่ได้คือ ผัวหรือเมียหรือลูกของคนที่เราไปเรียกขวัญ นั้น เพราะขวัญนั้นจะดีใจ และรีบกลับมาเมื่อเห็นญาติมาเรียก
วิธีเรียกขวัญ เมื่อไปถึงแล้วหัวหน้าคณะก็จะเรียกด้วยความดี เช่นไปเรียกขวัญ นายมี ก็จะว่า
"พ่อมีเอย พ่อมีเอย อย่าสิมาอยู่ค้างกลางไฮ่แกมหมู่กา อย่าสิมาอยู่ค้างกลางนาแกมหมู่ ไก่ อย่าสิมาอยู่ค้างไพรกว้างบ่แม่นเฮือน มาสา มาเมืออยู่เฮือนอยู่ซานเฮา"
ช่วยกันเรียก ช่วยกันกู่หา เห็นมด แมลง หรืออะไรก็ตามตรงเข้ามาหา ให้รีบเปิดกระติบ ข้าวรับ ถ้าเป็นขวัญมันจะรู้จักของที่ตนเคยใช้ มันจะรีบเข้าไปทันที ทุกคนให้พูดว่า "พ่อมีมาแล้ว ไปกลับบ้านเฮา" ว่าแล้วก็ปิดกระติบข้าวสะพายกลับบ้าน ไปถึงบ้านก็เอากระติบไปตั้งไว้ข้างคนป่วย แล้วเชิญขวัญเข้าเนื้อเข้าตัว ด้วยเอาฝ้ายไปผูกที่แขน พร้อมกับพูดว่า
"ขวัญพ่อมีมาฮอดแล้วให้มาเข้าสู่ตัว โส อัตถะ ลัทโธ สุขิโต วิรุฬโห พุทธะสาสะเน อะโรโค สุขิโต โหหิ สะหะ สัพเพหิ ญาตีภิ" กล่าว 3 จบ
ถ้าเป็นผู้หญิงให้ว่า "สา อัตถะ ลัทธา สุขิตา วิรุฬหา พุทธะสา สะเน อะโรคา สุขิตา โหหิ สะหะ สัพเพหิ ญาตีภิ" สุดท้ายให้ว่า "พุทโธรักษา ธัมโมรักษา สังโฆรักษา เจ้าอย่าได้หนี ไปหนีมา ให้อยู่กับเนื้อกับตัวนี้ อมสะวาหะ" จบ
ข้อควรระวัง การเรียกขวัญนี้ ถ้าไม่มีคาถากันผีป่า ผีป่าจะไล่ขวัญเราหนี แล้วเข้ามา แทนที่ พอเอาเข้ามาหาคนป่วย ปล่อยเข้าตัวคนป่วย มันก็จะกินคนป่วย คนป่วยจะยิ่งทรุดหนัก และจะตายเร็วเข้า ดังนั้น ก่อนจะเรียกขวัญนั้นให้เสกคาถากันผีป่าก่อนว่า "พุทธัง วันทามิ ธัมมัง วันทามิ สังฆัง วันทามิ ข้าฯ ขอไหว้พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า ขออานุภาพของ พระรัตนตรัย จงขจัดผีป่าออกไปอย่าให้เข้ามาใกล้ ขอให้เอิ้นขวัญ ............ (ออกชื่อของคนที่เรา ไปเรียกขวัญ) ผู้ป่วยไข้ให้กลับบ้าน ขอให้เรียกเอาเข้ามาในกระติบเดี๋ยวนี้ ก็ข้า เทอญฯ"



    พื้นที่ให้เช่าลงโฆสณา

สู่ขวัญม้อน (ตัวไหม)



ขวม้ (ตัวไหม)
รี ศรี สิทธิเตโชนะโมเป็นเค้า ตั้งแต่เจ้าครองเมืองทวาย มีมาหลายเหลือหลาก บ่อึด อยากไหมพรม พระบรมตกแต่ง ลงมาแห่งเมืองคน บ่ฮู้จนผ้าผ่อน ตั้งแต่ก่อนดึกดำบรรพ์ เล่ากันมา ติดต่อ นางน้อยหน่อพระยาแถน ฝ้ายผูกแขนไหมเส้นค่อง ไหมเส้นส่องและไหมคอ ก่อนสิทอเป็น เส้นได้ ตำนานไล่แต่เดิมดา ไหมเอามาจากม้อน ข้าขอย้อนเล่านิทาน ตามตำนานเว้ากันอยู่ ตั้งแต่ ปู่เมืองทวาย มีคนหลายเหลือหลาก มีหญิงมากกว่าผู้ชาย มีของขายแน่นอั่ง แม่ค้าหลั่งมาขายของ ตามทำนองขายผ้า งามระย้ามัดหมี่ไหมทอ มีไหมคอเส้นแลบ มีไหมแบบขิดลาย เขาวางขายเป็น หมู่ เขาวางอยู่ผืนไหม มาแต่ไสไผบ่ฮู้ ไผบ่รู้ว่าไหมพรม ฟืมตำโคมหลาวสับสอด เป็นไหมขอดแม่ แกงวี แม่แกงตีสาวไหว่ๆ แม่เฒ่าใหญ่ไปเก็บมอน ตาออนซอนเหลียวเบิ่งม้อน
ตั้งแต่ก่อนบ่ทันมี แม่ย่าดีกับปู่เฒ่า สองหน่อเจ้าอยากกินทาน จังสานพานเป็นกะด้ง ลง ไปท่งปลูกมอนสวน สองสีนวลเห็นฝักหลอก พ่อเฒ่าบอกว่าเก็บเอา ไปเฮือนเฮาให้เป็นที่ คืนที่สี่บี้ ออกมา แมงมีขาโตขาวอ่อน บี้ผู้ด่อนหางงอๆ คือโตปอบินพืบพาบ เอามาใส่ผ้าขาบผืนมนๆ บ่ทัน ดนมันไข่ จั่งเอาใส่ในกะเบียน เก็บในเฮือนลูกม้อน เป็นโตอ่อนยังนอนเว็น ไผมาเห็นว่านอนเว็นนับ เป็นมื้อ สามวันฮื้อขี้ออกเสีย โตไหมเฟือนนอนสี่ ออกจากที่ยอคอ โตมันนอเอิ้นว่าม้อน แม่ใหญ่ อ่อน แม่ใหญ่สี กับทั้งแม่ใหญ่ดีเปิดเบิ่งด้ง เก็บเอาใบมอนป่งมาโฮย ลมพัดโชยมือกวัดแก่ง บี๋มอน แบ่งเป็นใบ เอาลงไปปกโตม้อน โตกินก่อนเล็มใบมอน ตาออนซอนออกเลียขี้ ออกจากที่สิบสองวัน มาโฮมกันนอนสี่ เอาผ้าหี่คลุมดี โตอับปรีคือแม่ด้วง บินมาล่วงคือแมลงวัน มาโฮมกันกัดตอด
เข้าไปกอดกับตัวนาง ขี้ไก้ขางหนอนบ่อน ปิดไว้ก่อนยามเกือม้อน ยามันนอนอยู่กระด้ง ใบมอนป่งเก็บเอามา โพนหัวนาใบก่อง โพนฟากฮ่องใบหนา ไปเก็บมาเลี้ยงม้อนน้อย ใบมอนอ่อย สุกงอม โตได๋ผอมเอาออก เป็นฝักหลอกไหมงาม เสียงคนถามว่าดักแด้ ถามแม่แก่กำลังสาว บ่พอ คราวนำน้ำฮ้อน ฝักหลอกย้อนดึงไหม สาวไวๆ ดึงแคกๆ สายไหมแตกออกมาโฮม เบิ่งคนชมไหม ค่อง มือแม่จ่องดึงไล มือดึงไวใส่กระต่า ปากกะว่าไหมคอ สาวจนพอตาเว็นบ่ายๆ เอามาใส่อักไหม บ่ทันใด๋เบิ๊ดฝักหลอก แล้วเทออกลงกระเบียน ยกขึ้นเฮือนเป็นดักแด้ แบ่งกันแนกินนำกัน โตของมัน สุกอ่อน ขาวอ่อนหล่อนคือโตหนอน ตาออนซอนวางใส่ถาด เหลือสะอาดกินมันๆ กินนำกันแสน แซบซ้อย พวกเด็กน้อยเอาใส่มือ พากันถืออยู่ตะหล่าง พากันย่างกินนำทาง
เป็นขุนนางนุ่งผ้าใหม่ เป็นขุนใหญ่ทรงกระเบน ผู้ใด๋เห็นไหมงามเลิศ บุญประเสริฐคือ ไหมคอ ต่ำแล้วยอเป็นผืนผ้า งามล้นค่าแสนเมือง เป็นสีเหลืองคือผ้าเบี่ยง ตัดเป็นเครื่องจีวร ตา ออนซอนตอนพระห่ม บ่ได้จ่มเสียดาย เอาถวายเพื่อผู้ไปเกิดในสวรรค์ เป็นจอมทันเทวราช อยู่ ปราสาทนำอินทร์พรหม เป็นบรมทิพย์อาสน์ อยู่ปราสาทแดนไกล ทานผ้าไหมแก่พระเจ้า เผิ่นจั่ง เว้าได้อรหันต์ มารวมกันอย่าได้ห่าง
ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปอยู่ป่านำม้อน ขวัญเจ้าไปนอนอยู่นำพุ่ม ขวัญเจ้าไปอยู่ อุ่มเฟือยหนาม ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปนอนลี้หนีไฟในฝักหลอก กะให้มามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้า ไปอยู่ถ้ำทางพุ้นป่าพนอม ขวัญเจ้าไปเซายั้งนำจอมเทวราช ก็ให้มามื้อนี้วันนี้ ว่ามาเยอขวัญเอย เผิ่นบ่เอาเจ้าไปใส เอาใส่ไฟขอเส้นไว้ เผื่อสิได้เส้นไหมคอ เอาไปทอเป็นซิ่นหมี่ เอาใส่สีกางวา เอา ไปหาย้อมครั่ง ให้เจ้านั่งเมืองพรหม ถวายพระบรมศิษย์พระศรีธาตุ งามสะอาดจีวร เอาไปนอนฮอง อาสน์พระเจ้า

ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญม้อนนอนสาม โตเจ้างามนอนสี่ พวกน้องพี่เขานุ่งไหมพรม เขา ได้ชมว่างามเลิศ ม้อนประเสริฐกว่าหมู่ทั้งมวล บรบวรทุกอย่าง ให้ได้ดังบาทพระคาถาว่า ชะยะตุ ภะวัง ชะยะมัง คะลัง สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ สาธุฯ


พื้นที่ให้ลงโฆสณาเช่า

สู่ขวัญเด็กน้อยชายและหญิง



รี ศรี มื้อนี้แม่นมื้อดี มื้อเศรษฐีมาสู่ เข้ามาอยู่ในเคหา เผิ่นป่อนมาให้เกิด ผู้ประเสริฐ มาอยู่นำ พระจอมธรรมแก้วแก่น ใสป่านแว่นกุมาร สามสิบสองประการครบถ้วน งามทุกส่วนกายา เทวดาเผิ่นบอก เผิ่นให้ออกจากครรภ์ คือดั่งพระจอมธรรม์เสด็จด่วน งามทุกส่วนลัคนา มาจาก เทวดาสวรรค์ฟ้า ลูกหน่อหล้ามาอยู่นำ สุดงามขำแก้วกิ่ง มาเป็นมิ่งขวัญตา เจ้าลงมาแถนหล่อ เจ้าคือหน่ออินทรา เจ้าจั่งมาฮ่วมห้อง มาสู่ท้องมารดา อุปมาจั่งยุพราช ฤทธีอาจเหลือหลาย สม เป็นชาย-สตรีเพศ งามวิเศษดั่งพระราม หูตางามคิ้วคาดโก่ง เอวองค์ส่งวิสุกรรม คนแนมนำบ่ได้ ขาด งามองอาจดั่งพระพรหม คีงขาวกลมพอปานเสี่ยน สมองเลี่ยนไหลไว คืออันใด๋เจ้ากะป่อง เจ้ากะค่องคือโกษาปาน คือสั่งหนุมานโตอาจ มีอำนาจดั่งพระนารายณ์ บริวารมีหลายดั่งทวยเทพ บนฟ้า งามใบหน้าดั่งพระอุมา งามสองตานางงามกะบ่ท่อ ลูกของพ่อกับแม่คูณเฮือน ใสปานเดือน บ่มีเมฆ ให้เป็นเอกในเมืองคน อย่าเป็นคนจนอนาถ อย่าได้ขาดเงินทอง ให้เนืองนองอออั่ง
ให้ได้นั่งเป็นพระยา ให้ได้มามีอำนาจ ได้ปราสาทสามหลังอยู่ในวังเฮืองฮุ่ง ให้พ้นพุ่งเกิน คน อย่ามีจนจักหยาด มีอำนาจครองเมือง จงมีเสียงเว้าม่วน ให้คนด่วนมาฟัง คึดอีหยังให้สมมาตร ให้เจ้าได้สมปรารถนา เป็นชาวไฮ่ชาวนาให้หมานข้าว เฮ็ดใส่เล้าเต็มเยีย บ่มีเสียอออั่ง ให้ได้นั่งเป็น เศรษฐีให้เจ้ามีเงินล้าน ให้มีบ้านปานวัง อยากได้หยังกะให้ได้ มีบ่าวไพร่พอแสน ให้มีสร้อยมีแหวน และม้าว ก้าวไปเหนือให้เจ้าใหญ่ ก้าวไปใต้ให้เจ้าดี ให้ได้มีคนบอก ก้าวขาไปตะวันออกให้เจ้าพ้อ ไหเงินไหคำ ก้าวไปตะวันตกให้มีคนนำแหนแห่ ให้มีแต่บริวาร มีสมภารเหลือหลาก อย่าอึดอยาก แนวใด๋ ตนโตใสหายพยาธิ์ ขาวสะอาดดั่งนางวิสาขา มีปัญญาดั่งศรีปราชญ์ ให้ฉลาดดั่งเจ้าศรี- ธนญชัย ให้เจ้าไวปานม้ามณีกาบ มีคนกราบพอแสน มีคนแหนคนแห่ ให้ลื่นพ่อลื่นแม่สมภาร เป็น อาจารย์นักปราชญ์ เป็นอำมาตย์อยู่ในวัง บ่อึดหยังจักอย่าง ใต้ตะหล่างเฮือนซาน มีข้าวสารเต็มไถ่ ม่บ่าวไพร่ทาษาและทาษี มีของดีเหลือหลาก ทั้งเมี่ยงหมากและอาหาร มีอาคารพร้อมเตียงตั่ง มี บ่อนนั่งเป็นไพฑูรย์ มีคนหนุนส่อซ้อง มีพี่น้องหลั่งมาโฮม
ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปอยู่ค้างทางไกลกะให้ต่าว ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไป เที่ยวเล่นวังเวินเต๋อเติ่น ขวัญเจ้าเพลินแล่นเล่นวังนี้ให้ด่วนมา ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญแข่งมาอยู่ แข่งลีลา ขวัญขามาอยู่ขาลีล้าย อย่าได้ย้ายหนีไป ให้เจ้ามาสามื้อนี้วันนี้ ว่ามาเยอขวัญเอย แม่เจ้า ไปไฮ่สิเอาไข่มาหา คันพ่อเจ้าไปนาสิเอาปลามาป้อน ว่ามาเยอขวัญเอย ว่าให้มาสามื้อนี้วันนี้ แม่เจ้าผูกอู่สายไหม มาไวๆ อย่าช้า แม่ผูกถ้าให้เจ้ามานอนสา ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปเมา เล่นในดงหงส์ห่าน ให้เจ้ากลับต่าวบ้านมาถ่อนแม่มา พ่ออยู่ถ้ากล้วยบ่มสุกเหลือง แม่เอาเฟืองไฟ หวานเหว่อนาวทั้งพร้าว ให้เจ้าไววาฟ้าวมากินนำแม่ ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปเมาเล่นนำ กาเล็นกระฮอกป่า ขวัญเจ้าไปท่าน้ำชมเล่นหมู่ปลา กะให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปเมาเล่นฮิม ทะเลน้ำเป็นป่อง ทะเลฟองฝ่าคลื่นอย่ายืนจ้องให้ต่าวมา ขวัญหูให้เจ้ากลับคืนมา ขวัญตาให้เจ้า ต่าว อย่าอยู่อ่าวทะเลวน
ว่ามาเยอขวัญเอย แม่เจ้าได้บักทัน พ่อเจ้าได้บักจันท์หอมหื่นเฮ้า แม่เจ้าได้ปั้นข้าวบ่าย ปลาขาว ว่ามาเยอขวัญเอย แม่เจ้าต่ำแพรลาย พ่อเจ้าพายเงินล้านคอยอยู่บ้านบ่หนีป๋า ว่ามาเยอ ขวัญเอย มาอยู่เฮือนหลังใหญ่มุงสังกะสี เฮือนมุงดีคาดฟ้า พวกแม่ป้าและพ่อลุง พากันมามุงส่อง ตาส่องป่องแนมทาง ถ้าอี่นางบักหล่า เจ้าอย่าช้ามาไวๆ มากินไข่นกทา มากินขาไก่โอก อยู่เต็มโตก ของหวาน เต็มพาพานหมากไม้ เอามาใส่เฟืองไฟ อยากอันใด๋ฮอดหมากเขียบ สวรรค์เปรียบบ่มี ปาน ว่ามาเยอขวัญเอย ม้าสีลานพ่อสิซื้อให้ขี่ ออกจากที่ไปมา ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าอย่าได้ อยู่ดอมกา ขวัญเจ้าอย่าได้อยู่นาท่ง ขวัญเจ้าอย่าได้ส่งไปไกล มาไวๆ แม่คึดฮอด พ่ออยากกอด นอนซม มากินนมนำแม่ เจ้าอย่าแว่ไปไกล มาไวๆ ลูกแม่ ยามแดดแก่ตาเว็นแดง มาพักแฮงนำแม่ ว่ามาเยอขวัญเอย มากินอ่อมอู๋ปลาแม่สิป้อน แดดแห่งฮ้อนอย่าไปใส มาไวๆ แม่สิอุ้ม แม่สิตุ้มเอา ขวัญ ว่ามาเยอขวัญเอย ให้เจ้ามาสามื้อนี้วันนี้ เอหิ ตาตะ สะกะ เคหัง อาคัจฉาหิ สาธุ
คำผูกแขนเด็กน้อย แบบที่ 1
เอหิ ตาตะ อาคัจฉาหิ ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปในไพรหนาให้เจ้าต่าว ขวัญเจ้าถึก จ่องน้าวมนต์ข่อยสิส่อยปลด ปลดออกแล้วให้เจ้ามานำทางคนถ่อง มานำป่องคนเทียว ให้เจ้ามา มื้อนี้วันนี้ ใหญ่เพียงตอเจ้าอย่าได้หัก ใหญ่เพียงหลักเจ้าอย่าได้โค่น เจ้าอย่าหม่นเหมือนตอง เจ้า อย่าหมองเหมือนเถ้า เจ้าอย่าเศร้าเสียศรี ให้มีอายุมั่นยืน อายุวัณโณ สุขัง พะลัง สาธุฯ
คำผูกแขนเด็กน้อย แบบที่ 2

โอมพระเวสสันดรเจ้า ให้ชาลีลำบากทั้งกัณหาพร่ำพร้อมหิวให้อยากนม พระหากทาน ทอดให้พราหมณ์ถ่อยชุยชะกา มันกะพาสองแพงเที่ยวดงในด้าว มันกะบายเอาแส้ตีหลังสองอ่อน ทั้งลากน้อยดึงทื้นแก่ไป ทุกข์ยากไห้หิวหอดในมะโน ยามพราหมณ์นอนกะผูกแขนโยงไว้ ทรมาน ให้บุตตาสองอ่อน จนว่าเทพท่อนไท้ในด้าวส่อยชู บุญซุกยู้ไปสู่ประเชไชย องค์พระยาบุรมไถ่เอา สองน้อย สอยวอยหน้าสององค์หมดลำบาก บ่ได้อึดอยากไฮ้คือแท้แต่หลัง ขอให้ศรีแจ่มเจ้าน้อย อ่อนจอมขวัญ เจ้าจงมีความสุขดั่งเดียวโดยด้าม หวิดกรรมแล้วหวิดเวรทุกอย่าง หวิดเคราะห์ แล้วเมือหน้าอยู่เกษม อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง สาธุฯ


พื้นที่ให้เช่าลงโฆสณา

สู่ขวัญเฮือน



ฮื
การทำพิธีเชิญขวัญมาสู่เฮือน เรียก สู่ขวัญเฮือน เรือนเป็นสถานที่พักผ่อนหลับนอน วันหนึ่งๆ เราจะต้องพักผ่อนหลับอยู่ในเรือนหลายชั่วโมง คนที่เราถือว่ามีความสุขกายสบายใจ ก็คือคนที่มีเรือนชานบ้านช่องห้องหอ หากขาดเรือนอย่างเดียว ถึงจะมีเงินทองเป็นเรือนล้านเรือนแสนก็ไม่มีความสุข เรือนมีความจำเป็นแก่ทุกคน
พระพุทธเจ้าจึงยกย่องคนที่สร้างที่อยู่อาศัยถวายแก่พระสงฆ์ว่า เป็นคนฉลาด เป็นทานอันเลิศประเสริฐกว่าอามิสทานทุกชนิด เพราะเรือนเป็นที่รวมความสุขทุกชนิดบรรดามี การสู่ขวัญเรือนนอกจากการเชิญขวัญมาอยู่ในเรือนแล้ว ผู้สูตรขวัญยังพรรณาถึงการปลูกเรือนว่า ทำอย่างไรจึงจะประสบความสุขสวัสดิ์ อยู่เย็นเป็นสุข การสู่ขวัญเรือนจึงเป็นการทำที่ฉลาดหลักแหลมอีกอย่างหนึ่ง
รี ศรี มื้อนี้แม่นมื้อดี มื้อเศรษฐีอันมีนกเอี้ยง จั่งได้เสี่ยงหาขวัญมา ภริยาเมียมิ่ง แก้ม ปิ่งสิ่งหาเอาของ ทั้งแจ่วบองและมีดพร้า ได้เตรียมพร้าขวานคม สิไปชมป่าไม้ โบราณว่าเอาไม้แข็ง มีไม้แดงและไม้แต้ กิ่งก้านแผ่ในไพร แบกขวานไปสิปล้ำถาก หาบ่ยากไม้เสาเฮือน ไปเป็นเดือนยาม ออกใหม่ เอาลำใหญ่ยูงยาง เอามีดถางเบิ่งฮอดเหง้า จั่งบอกเจ้ารุกขา หมู่เทวดาเฝ้าอยู่ เฮ็ดนำปู่ ตามครูสอน ต้นมันงอนคดก่ง เผิ่นให้จ่งอย่าตัดมา บ่งามตาเอาไว้ก่อน หาเอาบ่อนลำสื่อปานเทียน เอาลำเหมือนเสาเมรุราช เอาเสาอาจดั่งโฮงอินทรา จั่งเอามาเป็นเสาเฮือนอยู่ ดีกว่าหมู่ไม้จิกไม้ฮัง จั่งมายังเสาเฮือนและเสาแฮก เจ้าจั่งแบกมาหา คันได้มาเก้ากำเก้าศอก เจ้าจั่งบอกเทพา ขอเผิ่น มาเป็นโฮงนอนแผ่ ขอมาปลูกให้แม่นอนเย็น นอนกลางเว็นได้เงินหมื่น นอนตื่นให้ได้เงินแสน ทั้งได้ แก้วได้แหวนหลายหลาก
เจ้าจั่งเอาขวานถากตัดฮอน ตัดเป็นตอนฮอนหง่า ต้นเผิ่นว่าเป็นโกน ต้นเทิงโพนเผิ่น ห้าม ต้นเป็นง่ามปลายตาย บ่ดีหลายอย่าไปต้อง อย่าไปข้องเอามา ผิดตำราพ่อแม่ พวกเถ้าแก่ โบราณ มาปลูกเฮือนปลูกซานบ่ราบรื่น บ่สดชื่นมีแฮง เป็นเฮือนแข็งเข็ดขนาด อย่ามาพาดเฮือน นอน มันเป็นหนอนเจาะปู่ บ่ได้อยู่สุขสันต์ เอาขวานฟันเป็นเสนียด มันจักเดือดตอมตาม หา ความงามบ่ได้ เป็นคนไฮ้อนาถา อย่าเอามาบ่ถืกโสก หาเลาะโคกตัดเอา ตัดเอาเสาสิบสองต้น อย่าให้ค่นขวางทาง อย่าให้วางกลางไฮ่ ต้นไม้ใหญ่ไฟลน อย่าไปขนไปแก่ ต้นแก่แด่มันตาย อินทร์พรหมหมายเผิ่นบ่ชอบ บ่ประกอบเป็นเฮือนชาน ปลุกไปนานเกิดเสนียด คนบังเบียดโจรา อย่าเอามาเป็นกะทอด อย่ามาจอดเป็นขาง อย่ามาวางเป็นขื่อ
ว่ามาเยอขวัญเอย เขาได้ตัดเจ้าล้ม เจ้าอย่าจ่มโมหัง ให้เจ้าฟังอย่าด่วน ว่ามาเยอขวัญ เอย ขวัญเสาแฮกอย่าได้หนี ขวัญเสาขวัญอย่าได้แล่น ให้เจ้าใสคือแว่นพระอินทรา ให้ขวัญเจ้า แล่นมาอยู่ลีล้ายลีล้าย ขวัญเจ้าย้ายทั้งขางตง ขวัญเจ้าลงทั้งขางขื่อ ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเสา นางอย่าหลงทางป่องท้าง ให้เจ้ายาวไวๆ เสียงเรไรแมงง้วง เจ้าอย่าห่วงกลางดง ให้เจ้าลงมาสู่ ให้มาอยู่นำหลาน ทั้งขวัญซานติดต่อ ให้เจ้าก่อกองคำ ให้เจ้านำกองแก้ว มาฮอดแล้วอย่าไปใส
ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญไม้จิกให้เจ้ามาอยู่ ขวัญไม้ดู่ให้เจ้ามาเวียน ขวัญไม้ตะเคียนให้ เจ้ามาใหญ่ มาตุ้มไพร่ลูกหลานมีแฮง ขวัญไม้แดงมาเฮียงไม้แต้ มาเป็นแม่กะได มาเป็นคิงไฟให้ นึ่งข้าว ให้มาเฝ้าอยู่ชายคา ยามเจ้ามาเอาเป็นเงินล้าน มาอยู่บ้านนำหลาน มาอยู่ซานวางแอ่ง ห้อยต่องแต่งกระบวยนำ ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าอย่าได้หนีไปอยู่ไฮ่ ขวัญเจ้าอย่าไปไล่กวาง ฟาน มาอยู่ซานบ่เหงี่ยง ให้เจ้าเที่ยงคือพระยาแถน ว่ามาเยอขวัญเอย แป้นแอ้มใหม่คือไม้แดง ตงขางแข็งคือไม้แต้ เอามาแต่เมืองสาละวัน ไม้จันทันและหน้าต่าง วิสุกรรมเป็นซ่างป่อนมาหา ไม้สะยัวหลังคาพระอินทราตกแต่ง เผิ่นจัดแจ่งตงขาง เอามาวางพิงพาด ดูสะอาดโฮงหลวง คนทั้ง ปวงมาโฮมแห่ พวกเฒ่าแก่มาออนวอน มาเฮือนนอนเย็นซุ่ม ใต้เมืองหลุ่มงามหลาย ปานเดือน หงายใสส่อง บ่มีป่องฮูฮอย
ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเสาแฮกไปหลงอยู่กลางทาง ขวัญเสากลางไปหลงอยู่ป่า ไปอยู่ ท่านอนเซา ขวัญเสาเหนือและเสาใต้ กะให้มาสามื้อนี้วันนี้ ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญขื่อขวัญขาง ขวัญแขนนางและกระทอด ให้ออดหลอดออดหลอดมาไวๆ ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญจงมาพลัน อย่าช้า ให้เจ้ามาพร้อมหน้าพาขวัญ สิ่งสมควรขุนแต่งไว้บ่ห่อนไฮ้สวัสดี จำเริญศรีเหลือหลาก มีมวลมากสถาพร สุขทั้งนั่งสุขทั้งนอนบ่คลาดแคล้ว ปลุกเฮือนแก้วให้ผาบแพ้ข้าศึกศัตรู ชัยยะตุ ภะวัง ชัยยัมังคะลัง มหามุงคุล จงมีแก่ฝูงข้าทั้งหลายก็ข้าเทอญ
เสกน้ำรดเฮือนหลังสูตรขวัญแล้ว

นะโม เม พุทธะเตชะสา ธัมโม เม ธัมมะ เตชะสา สังโฆ เม สังฆะเตชะสา ระตะนัตตะยะ ธัมมิกา เตชะ ปะสิทธิปะสีเทวา สัพเพ ภัทรานิ ปัสสันตุ มา กิญจิ ปาปะมาคะมา ชะยะสิทธิธะนัง ลาภัง สัพพะทุกขา สัพพะภะยา สัพพะโรคา วินาสันตุ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ


พื้นที่ให้เช่าลงโฆสณา

สู่ขวัญลาน



ขวลา
รี ศรี มื้อนี้แม่นมื้อดี มื้อแม่ธรณีแจ่มเจ้า แม่ได้เว้าต่อฝูงคน หมดหน้าฝนลมเป่า เบิด เดือนเก้าวนมา ออกพรรษาลมหวี่ๆ ลมของปี่ข้าวดอและข้าวใหม่ เกี่ยวมาใส่ในลาน บ่ทันเป็นข้าว- สารบ่ทันฟาด ฮวงอาดหลาดมัดเป็นกำ ชาวนาทำทุกหมู่ เอามาสู่ปวงชน ของคนกินแม่นข้าว แม่ แจ่มเจ้าจั่งให้อนุญาโต องค์พุทโธก่อนสิฮู้ ก่อนสิตรัสรู้เห็นธรรม กะกินข้าวเป็นคำมะธุปายาส จั่ง ฉลาดเป็นมา สุชาดาถวายบาท เอาใส่ถาดทองคำ จั่งเห็นธรรมตรัสส่อง จั่งเห็นป่องอริยสัจสี่ จั่งได้ ออกจากที่สอนศาสนา มีปัญญาล้ำเลิศ จั่งได้เกิดเป็นคำสอน พระบวรองค์ประเสริฐ แม่ธรณีจั่งได้ เกิดส่อยนำมา พสุธาพื้นแผ่นใสปานแว่นพสุธา พวกชาวนาจั่งได้ขุด พวกชาวนาจั่งได้ก่น แม่บ่บ่น จักคำ ชาวนาทำปัดกวาด สิได้นวดได้ตี สิได้วีข้าวสะนุ ดังก้องกว่าเสียงพุเสียงปืน ตีกลางคืนฟาด ข้าว ฟาดข้าวจ้าวและข้าวเหนียว ย่างเที่ยวไปและเที่ยวมา เอาตีนขาเหยียบย้ำตั้งแต่เช้าฮอดค่ำ วนเวียน
อยู่เป็นเดือนแสนยาก แสนลำบากแม่ธรณี ขออย่ามีคำโกรธ ขอยกโทษนำชาวนา ขอ ขมานำเจ้าแม่ จงเห็นแก่กินทาน เป็นข้าวสารตักบาตร ชาวนาหยาดวารี อุทิศกุศลให้แม่ธรณี ผู้อยู่ต่ำ ผู้หลิงหล่ำฝูงคน ฮู้อยู่บนพื้นแผ่น ขอจอมแก่นจงปราณี ขอแม่เจ้าธรณีอย่าได้ปาก ลูกจัก เอาจอบถากเสียลาน เฮ็ดบ่นานข้าวขึ้นเล้า ขอแม่เจ้าจ่งอภัย บ่ไปใสให้ได้เบิ่ง ให้ได้เพิ่งบารมี ขอ แม่ธรณีจ่งปกป้อง ในแห่งห้องปริมณฑล พวกฝูงคนจั่งบอก พวกอยู่นอกชาวนา อย่าถือสาลูกช้าง บ่ได้ม้างเพพัง บ่เอาหยังมาข่ม อย่าได้จ่มซังหลาน บ่อยู่นานดอกแม่ เสร็จแล้วแก่หนีลาน ไปเฮือน ซานสู่เล้า ข้าจั่งขอปากเว้าสมมา หมากสองคำยาสองกอก ผู้ข้าบอกพาหวาน เต็มพาพานบ๋าแม่ จงเห็นแก่ชาวนา อย่าถือสาเสียงสั่น เสียงสนั่นสะเทือนองค์ ผู้ข้าปลงมื้อนี้ออกจากที่จักคราว
พวกหนุ่มสาวมาชมชื่น แม่อย่าตื่นตกใจ ศรีนงค์วัยไวอย่ากริ้วกราด อย่าอาฆาตหลาน เหลน อย่าจองเวรพวกผู้ข้า ยามวางต่าครุแคง เขาวางแฮงตึ้งตั้ง บางคนนั่งชันขา บางคนมาเต้นไต่ บางคนไล่จับกัน เสียงโฮงันกินเหล้า พระแม่เจ้าจงอภัย จ่งหยับไปอยู่ขอก ผู้ข้าบอกจักคราว แม่ผม ยาวเก้าโยชน์ งามเหลือโพดมวยผม พระบรมได้ไทรเผิ่ง ให้คึดเผิ่งพระโคดม พระบรมตรัสรู้ พระนั่ง อยู่โพธิ์ศรี พระขันติตั้งหมั้น พระบ่ย้านกลัวมาร เขาอาจหาญมาก่อ เขามาต่อสงคราม ยกพลหลาม แหนแห่ อันได้แก่แหลนหลาว กองทัพยาวพอโยชน์ กุมภัณฑ์โกรธโกรธา เขายกมาว่าสิฆ่า มารเขา ว่าของเขา พระโคเอาแท่นแก้ว เขาบ่อแล้วยิงธนู มาฟันตรูพอหมื่น เสียงคีคื่นคับเวหน มาประจญ มีทั้งช้าง เขามาม้างชิงบัลลังก์ เขาบ่อฟังคำบอกเล่า เป็นของเก่าขานไขมา เสียงมารจาหยาบช้า เสียงมารดาพระจอมธรรม เอามานำหอกดาบ เอามาปราบขับหนี ยกมาตียิ่งผ่า พระบ่ว่าบารมี เอา ขันตีนั่งแท่น พระบ่แล้นไปใส สมดั่งใจเป็นวัตร
สามสิบทัศบารมี จั่งได้ฮอดแม่ธรณีผู้อยู่ใต้ ขึ้นมาไหว้พระโคดม ยกมวยผมขึ้นฟ้า จั่งได้ ว่าอธิษฐาน น้ำไหลท่วมพระยามารโตบังอาจ เป็นน้ำพาดไหลนองมา มีมัจฉาทั้งหมู่แข้ ลากคาบแก่ กุมภัณฑ์ หนีบ่ทันช้างม้า เผิ่นจั่งว่าแม่ธรณี แสนพันปีตุ้มไพร่ฟ้า พวกผู้ข้าบ๋าบน พวกฝูงคนใต้หลุ่ม คนหลายกลุ่มได้อาศัย แม่ศีไวแขนอ่อน จงผันผ่อนปราณี ขอแม่เจ้าจ่งมีเผยแผ่ จ่งเห็นแก่หลาน เหลน ยามกลางเว็นและยามเช้า ขอแม่เจ้าจงอย่าฝืน ยามกลางคืนเขาฟาด เขาบังอาจเหยียบไปมา ขอวันทากราบบาท อนุญาตคูณลาน พวกลูกหลานสิกองข้าว มีข้าวจ้าวและข้าวเหนียว มีคนเทียว มาแหว่ ขอเจ้าแม่จ่งอวยพร ตามคำสอนพระพุทธบาท อย่าให้เขินเป็นหาด อย่าได้ขาดเป็นวัง
ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญลานพวกลุกหลานขออนุญาต ข้าวไหลมาอย่าขาดเป็นกะบุง ให้ กองสูงเพียงปลายไผ่ ให้ข้าวกุ้มใหญ่ท่อภูผา ให้นำมาอั่งแน่นให้เต็มแผ่นลานคำ ให้จอมธรรมได้นั่ง เม็ดข้าวอั่งเหลือลาน ได้กินทานตักบาตร อย่าได้ขาดทานัง ให้เข้ายังคือเก่า ผู้ข้าเหล่าสามที แม่ ธรณีกะมาช่วย ตะถาคะโต สิทธิเตโช ชะโยนิจจัง สัพพะกัมมัง ประสิทธิ เมโอมธัญญะ สวาหุมฯ

เสกน้ำประพรมข้าวหลังสู่ขวัญ
สุนักขัตตัง
สุมังคะลัง
สุปะภาตัง
สุหุฏฐิตัง
สุขะโณฯ
สุมุหุตโต จะ
สุยิฏฐัง
พรหมจาริสุ
ปะทักขิณัง
ปะทักขิณัง
มะโนกัมมัง
ปะณิธีเต
ปะทักขิณา
ปะทักขิณานิ
กัตตะวานะ
ละภันตัตเถ
ปะทักขิเณ
มา ขะโย
มา วะโย
มัยหัง มา
จะ โกจิ
อุปัททะโว
ธัญญะธะนานิ เม
ปะวัสสันตุ สะวาหุมฯ


พื้นที่ให้เช่าลงโฆสณา
 

เพจ Jiraporn Tongkampra

เพจ Jiraporn Tongkampra
แบ่งปันสื่อ ไอเดียสอนลูก ใบงาน ไฟล์แบบฝึกหัด เพื่อการเรียนรู้ของลูกน้อย ของเล่นเสริมพัฒนาการ

บ้านนารายณ์ซับสกรีน

บ้านนารายณ์ซับสกรีน
รับออกแบบยันต์ต่างๆ ปั้มลงผ้ายันต์และเสื้อยันต์ รวมทั้งเสื้อใส่เล่น ในราคาถูก

ช่องยูทูปครูน้อย

ช่องยูทูปครูน้อย
ติดตามคลิบวีดีโอที่แบ่งปันวิทยาทานและธรรมทานได้อีกช่องทาง